KrisakornClinicBKK

โรควิตกกังวล
Anxiety Disorder

นิยามของโรควิตกกังวล

ความวิตกกังวล คือภาวะทั้งทางจิตใจและร่างกายที่เกิดการรับรู้ถึงสิ่งไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต แม้เหตุการณ์นั้นอาจยังไม่เกิดขึ้นจริงก็ตาม อาการเหล่านี้เกิดขึ้นเพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมรับมือกับความเสี่ยงหรืออันตรายที่อาจเกิดขึ้น ทำให้เราหันกลับมาดูแลปัญหาหรือสิ่งที่เราห่วงใยเป็นพิเศษ ความวิตกกังวลที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราวถือเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ และในบางครั้งยังช่วยให้เราปรับตัว วางแผน หรือป้องกันปัญหาได้ดีขึ้นด้วย

อย่างไรก็ดี ความกังวลมากเกินไปและควบคุมไม่ได้ จนรบกวนการใช้ชีวิต นั่นอาจเป็นสัญญาณของ โรควิตกกังวล (Anxiety Disorder) ซึ่งแตกต่างจากความรู้สึกกังวลตามปกติ เพราะจะมี ความกลัวหรือความวิตกที่รุนแรงเกินเหตุ เกิดขึ้นซ้ำๆ และส่งผลต่อทั้งร่างกาย จิตใจ และความสามารถในการใช้ชีวิตประจำวัน เป็นโรคทางจิตเวชที่พบได้บ่อยที่สุด โดยพบได้เกือบ 30% ของผู้ใหญ่ในช่วงหนึ่งของชีวิต หากปล่อยไว้อาจนำไปสู่โรคซึมเศร้า, การใช้สารเสพติด, รวมถึงความคิดหรือพฤติกรรมทำร้ายตนเองและเกิดปัญหาลุกลามได้

อาการของโรควิตกกังวล

ผู้ที่มีโรควิตกกังวลมักเผชิญกับความกลัวหรือความกังวลที่รุนแรงมากกว่าปกติ โดยอาจเกิดขึ้นกับสถานการณ์เฉพาะ เช่น การเข้าสังคม การต้องพูดต่อหน้าผู้อื่น หรือความกลัวว่าจะเกิดอาการแพนิคขึ้นอีกครั้ง หรืออาจกังวลแทบทุกเรื่องในชีวิตประจำวัน ทั้งการงาน การเงิน สุขภาพ หรือเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่คนส่วนใหญ่อาจมองว่าไม่ใช่ปัญหาใหญ่ อาการวิตกกังวลลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วครั้งชั่วคราว แต่จะเป็นต่อเนื่องยาวนานหลายเดือน และผู้ป่วยมักหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ทำให้ตนเองรู้สึกกดดันหรือกลัว ซึ่งอาจกระทบต่อชีวิตประจำวันอย่างมาก

นอกจากความกลัวและความกังวลที่มากเกินไปแล้ว ผู้ป่วยยังอาจมีอาการ เช่น

  • ไม่มีสมาธิ หรือรู้สึกคิดอะไรไม่ออก จิตใจวอกแวก ควบคุมความคิดไม่ได้ ทำให้ทำงานหรือเรียนได้ช้าลง และมักรู้สึกว่าต้องเริ่มต้นใหม่อยู่บ่อยๆ
  • หงุดหงิดง่าย รู้สึกตึงเครียดหรืออยู่นิ่งไม่ได้
  • อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย รู้สึกกดดันในร่างกาย เช่น ไหล่ตึง ตัวเกร็ง ทำให้รู้สึกไม่สบายใจและไม่สามารถผ่อนคลายได้
  • คลื่นไส้ หรือรู้สึกแน่นท้อง หรืออยากอาเจียนโดยไม่มีสาเหตุทางกายชัดเจน
  • ใจสั่น รู้สึกหัวใจเต้นเร็วหรือแรงผิดปกติ มักเกิดร่วมกับความกังวลหรือความกลัวเฉียบพลัน
  • เหงื่อออกง่าย มือสั่น หรือตัวสั่น ร่างกายตอบสนองต่อความเครียด ทำให้มีอาการสั่นหรือเหงื่อออกมาก แม้อยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ควรตื่นเต้น
  • นอนไม่หลับ หลับยาก หรือสะดุ้งตื่นกลางดึกรู้สึกเหมือนมีอันตรายร้ายแรงกำลังจะเกิดขึ้นความกังวลรุนแรงสร้างความรู้สึกไม่ปลอดภัย แม้ไม่มีเหตุการณ์จริง ทำให้ผู้ป่วยอยู่ในภาวะตื่นตัวตลอดเวลา

สาเหตุของโรควิตกกังวล

โรควิตกกังวลมีหลายปัจจัยรวมกันโดยแบ่งเป็น 3 ปัจจัยหลักคือ

  • ปัจจัยทางสมองและพันธุกรรม
    โรควิตกกังวลเกี่ยวข้องกับความไม่สมดุลของสารเคมีในสมอง เช่น Serotonin, GABA และการทำงานไวเกินของ Amygdala ซึ่งเป็นศูนย์ควบคุมความกลัวในสมอง นอกจากนี้ คนที่มีสมาชิกในครอบครัวเป็นโรควิตกกังวลมักมีความเสี่ยงสูงกว่า อาจเกิดจากทั้งทางพันธุกรรมและความเครียดในครอบครัวที่ส่งต่อกันมาร่วมกัน
  • ประสบการณ์ชีวิตและสภาพแวดล้อมการเลี้ยงดู
    เหตุการณ์กระทบกระเทือนจิตใจ เช่น การถูกทำร้าย การสูญเสีย ความขัดแย้งในครอบครัว หรือความเครียดรุนแรงในวัยเด็ก ล้วนส่งผลให้ระบบตอบสนองต่อความเครียดทำงานไวเกินไป เด็กที่เติบโตกับผู้ปกครองที่กังวลง่ายหรือมีการเลี้ยงดูแบบปกป้องมากเกินไป อาจซึมซับรูปแบบความคิดที่วิตกกังวล ทำให้มีแนวโน้มเกิดโรคมากขึ้นในอนาคต
  • บุคลิกภาพ สุขภาพกาย และวิถีชีวิต
    คนที่มีบุคลิกแบบคิดมาก คิดเชิงลบ กลัวความผิดพลาด หรือวิจารณ์ตนเองเกินไป มักไวต่อความกังวลมากเป็นพิเศษ ขณะเดียวกัน ภาวะสุขภาพกายบางอย่าง เช่น ไทรอยด์ทำงานเกิน นอนหลับไม่เพียงพอ หรือภาวะเครียดเรื้อรัง ก็สามารถกระตุ้นอาการได้ รวมถึงพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การดื่มคาเฟอีนมาก ใช้สารเสพติด หรือพักผ่อนไม่พอ ล้วนทำให้อาการรุนแรงขึ้น

การรักษาโรควิตกกังวล

  • การบำบัดทางจิตใจ (Psychotherapy)

การบำบัดทางจิตวิทยาเป็นการรักษาหลักสำหรับโรควิตกกังวล โดยส่วนใหญ่เป็นการพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยเรียนรู้วิธีคิดใหม่ๆ วิธีรับมือกับความวิตกกังวล และวิธีจัดการกับสถานการณ์หรือสิ่งกระตุ้นที่ทำให้อาการกำเริบ รวมถึงการเรียนรู้ทักษะการจัดการความเครียด เช่น การผ่อนคลายร่างกาย (Relaxation Skills) และ การฝึกสติ (Mindfulness) ช่วยลดอาการวิตกกังวลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • การใช้ยา (Medications)

ในผู้ป่วยที่มีอาการวิตกกังวลอาจรุนแรงหรือรบกวนชีวิตประจำวันจนการบำบัดเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ แพทย์จึงอาจพิจารณาใช้ ยาเพื่อช่วยปรับสมดุลในสมอง ทำให้อารมณ์นิ่งขึ้น ลดความกังวล และทำให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น

การดูแลตัวเองสำหรับผู้ที่มีอาการโรควิตกกังวล

การดูแลตนเองเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการรักษาและลดอาการวิตกกังวล วิธีที่ช่วยได้ เช่น

  • หลีกเลี่ยงหรือจำกัดแอลกอฮอล์ และไม่ใช้สารเสพติด เพราะทำให้อาการเลวร้ายลง
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แม้เป็นเพียงการเดินเบาๆ
  • รับประทานอาหารดี นอนหลับเป็นเวลา และรักษาสมดุลชีวิตประจำวัน
  • ฝึกเทคนิคการผ่อนคลาย เช่น การหายใจช้าๆ หรือการผ่อนคลายกล้ามเนื้อเป็นส่วนๆ
  • ฝึกสติ (Mindfulness Meditation) แม้เพียงไม่กี่นาทีต่อวัน ก็ช่วยลดอาการวิตกกังวลได้

อ้างอิง

  • American Psychiatric Association. What are anxiety disorders? 
  • Psychology Today. Anxiety.
  • World Health Organization. (2023). Anxiety disorders. 

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี. การวินิจฉัยและรักษาผู้ป่วยวิตกกังวล.