โรคอารมณ์สองขั้ว (Bipolar disorders) เป็นความผิดปกติทางอารมณ์ที่ทำให้ผู้ป่วยมีอารมณ์แกว่งอย่างชัดเจนระหว่างช่วงที่รู้สึกซึมเศร้า (Depressive Episode) กับช่วงที่อารมณ์ดีและหงุดหงิดมากผิดปกติ (Mania หรือ Hypomania disorder) การเปลี่ยนแปลงของอารมณ์ในแต่ละระยะอาจยาวนานตั้งแต่หลายสัปดาห์ไปจนถึงหลายเดือน แม้คนทั่วไปจะมีอารมณ์ขึ้นลงบ้าง แต่ความผันผวนที่เกิดจากไบโพลาร์จะกินเวลานานกว่าและมักมาพร้อมการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่รุนแรงกว่าจนส่งผลต่อการใช้ชีวิตอย่างมากไม่ว่าจะเป็นการทำงาน ความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง การดูแลตัวเอง หรือการดำเนินชีวิตประจำวัน
Table of Contents
Toggle
โรคไบโพลาร์เป็นภาวะสุขภาพจิตที่มีความแปรปรวนของอารมณ์จากสุดหนึ่งไปสู่อีกสุด
พฤติกรรมเหล่านี้ต้องแตกต่างจากปกติอย่างชัดเจน จนคนรอบข้างสังเกตได้หรือรุนแรงจนเกิดปัญหาในการทำงาน ครอบครัว หรือสังคม และมักต้องได้รับการรักษาในโรงพยาบาลเพื่อความปลอดภัย โดยในภาวะแมเนียที่รุนแรง บางคนอาจมีความคิดสับสน ความเชื่อผิดจากความจริง (หลงผิด) หรือประสาทหลอน ซึ่งเรียกว่า อาการทางจิต (Psychotic Features)
เป็นอาการคล้ายภาวะแมเนียแต่ เป็นระดับที่เบากว่า และต้องเกิดต่อเนื่องอย่างน้อย 4 วัน อาการไฮโปแมเนียจะ ไม่รุนแรงถึงขั้นรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน แบบภาวะแมเนีย
ตรงกันข้ามกับภาวะมาเนีย ในช่วงซึมเศร้า (depressive episode) ผู้ป่วยจะมีอารมณ์เศร้า หงุดหงิด หรือรู้สึกว่างเปล่า อาจหมดความสนใจหรือความสุขจากสิ่งที่เคยชอบ เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์และมีอาการร่วมอย่างน้อย 4 ข้อ ดังนี้
แม้ทางการแพทย์จะยังไม่สามารถสรุปสาเหตุที่แท้จริงของโรคไบโพลาร์ได้ แต่มีหลักฐานว่าเกิดจากหลายสาเหตุ และหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่ ปัจจัยทางชีวภาพ เช่น พันธุกรรม, ปัจจัยทางจิตใจ สังคม และโครงสร้างทางสังคม ซึ่งล้วนมีส่วนต่อการเริ่มเกิดโรค การดำเนินโรค และผลลัพธ์ของโรค เหตุการณ์ร้ายแรงหรือการเปลี่ยนแปลงในชีวิต ก็อาจกระตุ้นหรือทำให้อาการของโรคไบโพลาร์รุนแรงขึ้นได้ เช่น การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก ความรุนแรง หรือความสัมพันธ์ที่ล้มเหลว การดื่มแอลกอฮอล์หรือการใช้สารเสพติดก็อาจมีผลต่อการเริ่มต้นของโรคและเส้นทางของอาการเช่นกัน
การรักษาที่ได้ผลมีหลายรูปแบบ โดยมักเป็นการผสมผสานระหว่างยา การบำบัดทางจิตใจ และการสนับสนุนทางสังคม
การทำจิตบำบัดจะทำให้ผู้ป่วยเข้าใจอารมณ์ ความคิด และพฤติกรรมของตัวเองมากขึ้น ช่วยให้ผู้ป่วยรู้วิธีจัดการอาการ กระตุ้นให้สังเกตสัญญาณกำเริบได้เร็ว และลดความเสี่ยงการกลับเป็นซ้ำ ยังส่งเสริมทักษะการแก้ปัญหา การควบคุมความเครียด และเพิ่มคุณภาพชีวิตโดยรวมให้ดีขึ้น เช่น การบำบัดพฤติกรรมทางความคิด การบำบัดแบบเน้นความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล และการให้ความรู้เรื่องโรค สามารถช่วยลดอาการซึมเศร้าและลดโอกาสเกิดซ้ำ
ผู้ป่วยต้องได้รับการรักษาทั้งในช่วงอาการเฉียบพลันของมาเนียหรือซึมเศร้า และในบางกรณีต้องได้รับการรักษาต่อเนื่องระยะยาวเพื่อป้องกันการกลับเป็นซ้ำ โดยยาจะช่วยปรับปรับสารเคมีในสมอง ส่งผลให้ช่วยทำให้อารมณ์มั่นคงและสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น ผู้ป่วยบางรายอาจมีความกังวลเกี่ยวกับผลข้างเคียงจากยาซึ่งเป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไป อย่างไรก็ดี ผู้ป่วยสามารถปรึกษาจิตแพทย์เพื่อประเมินความจำเป็นของยา ปรับขนาดยา หรือเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับสภาพร่างกาย อาการ และความต้องการของแต่ละบุคคลได้ การใช้ยาควรอยู่ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพและปลอดภัยสูงสุด
คนใกล้ชิดของผู้ป่วยอาจต้องเผชิญช่วงเวลาที่ยากลำบาก โดยเฉพาะในช่วงอาการเฉียบพลัน เช่น ช่วงมาเนียที่ผู้ป่วยอาจมีพฤติกรรมรุนแรง ใช้คำพูดทำร้ายจิตใจ แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม ทำร้ายตนเองหรือผู้อื่น หรือสร้างปัญหาด้านการเงินจากการใช้จ่ายเกินตัว สิ่งเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อทั้งครอบครัวและคนใกล้ชิดอย่างมาก ดังนั้น การเข้าใจวิธีดูแลผู้ป่วยอย่างเหมาะสมและรับมืออย่างปลอดภัยจึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยลดผลกระทบและส่งเสริมการฟื้นตัวของผู้ป่วยได้อย่างยั่งยืน
โรคไบโพลาร์เป็นภาวะที่ต้องอาศัยการจัดการอย่างต่อเนื่อง การได้รับวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสมตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพและมั่นคงได้ หากคุณหรือคนใกล้ชิดกำลังสงสัยในอาการ หรือรู้สึกว่าอารมณ์กำลังอยู่นอกเหนือการควบคุม คุณไม่จำเป็นต้องเผชิญปัญหานี้ตามลำพัง
เราพร้อมเป็นพื้นที่ปลอดภัย ที่จะรับฟังและให้การดูแลอย่างเข้าใจ ด้วยการประเมินที่แม่นยำและการวางแผนการรักษาแบบองค์รวม เพื่อช่วยควบคุมช่วงอารมณ์และนำความสมดุลกลับคืนสู่ชีวิตของคุณ
Faculty of Medicine Ramathibodi Hospital, Mahidol University. (n.d.). ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสุขภาพจิต.