KrisakornClinicBKK

โรคกลัวสิ่งของหรือกลัวเหตุการณ์บางชนิด
Phobia

นิยามของโรคกลัว

โรคกลัว (Phobia) คือความกลัวที่รุนแรง เกินจริง และยากต่อการควบคุม ซึ่งถูกกระตุ้นโดยสถานการณ์ วัตถุ หรือกิจกรรมบางอย่าง ความกลัวนี้มักมาอย่างรวดเร็วและรุนแรงจนทำให้เกิดความวิตกกังวลสูงหรืออาการตื่นตระหนก (panic) ผู้ที่มีภาวะนี้มักพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งที่ตนกลัวอย่างมาก ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งแตกต่างจาก “ความกลัวปกติ” เพราะระดับความกลัวนั้น เกินกว่าภัยคุกคามจริง

ประเภทของ Phobia

Phobia สามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก:

  1. โรคกลัวสังคม (Social Phobia) คือความกลัวหรือความวิตกกังวลที่รุนแรงต่อสถานการณ์ทางสังคมที่อาจถูกผู้อื่นมองหรือประเมิน เช่น การสนทนากับคนไม่คุ้นเคย, การถูกมองตอนกินหรือดื่ม หรือการพูดต่อหน้าคนจำนวนมาก โดยผู้ป่วยมักกังวลว่าจะทำอะไรผิดพลาด ดูแปลก หรือถูกตัดสินจากคนรอบข้าง
  2. โรคกลัวที่ชุมชนหรือสถานที่เปิดโล่ง (Agoraphobia) คือความกลัวในสถานการณ์ที่คิดว่าหนีออกได้ยากหรือไม่มีคนช่วย เช่น การใช้ขนส่งสาธารณะ, การอยู่ท่ามกลางฝูงชน หรือ การไปในที่สาธารณะตามลำพัง เช่น ห้าง ร้านค้า โรงหนัง ผู้ป่วยบางรายอาจไม่กล้าออกจากบ้านเลย
  3. โรคกลัวเฉพาะสิ่ง (Specific Phobia) คือภาวะความกลัวอย่างรุนแรงและเฉพาะเจาะจงต่อวัตถุหรือสถานการณ์บางอย่าง แม้ว่าสิ่งกระตุ้นนั้นจะมีความเสี่ยงต่ำหรือไม่อันตรายจริงก็ตาม ความกลัวเกิดขึ้นรวดเร็ว ควบคุมยาก และทำให้ผู้ป่วยพยายามหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องอย่างมาก ซึ่งอาจส่งผลต่อการเรียน การทำงาน และการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น 
  • กลัวที่แคบ (Claustrophobia) เป็นความกลัวหรือไม่สบายใจอย่างรุนแรงเมื่ออยู่ในพื้นที่ปิดหรือแคบ เช่น ห้องเล็ก ลิฟต์ รถใต้ดิน หรือเครื่องสแกน MRI ผู้ป่วยมักเกิดอาการใจสั่น หายใจไม่ทั่วท้อง เหงื่อออก อึดอัดจนต้องรีบออกจากสถานที่นั้นทันที 
  • กลัวเลือด (Hemophobia) เป็นความกลัวเฉียบพลันเมื่อเห็นเลือด ไม่ว่าจะเป็นเลือดของตนเอง ผู้อื่น หรือแม้แต่ภาพเลือด ความโดดเด่นของกลุ่มนี้คือผู้ป่วยมักมีอาการหน้ามืดหรือเป็นลมจากการลดลงของความดันโลหิต ซึ่งต่างจาก Phobia ประเภทอื่นที่มักหัวใจเต้นเร็ว
  • กลัวเครื่องบิน (Aerophobia) เป็นความกลัวการขึ้นเครื่องบิน หรือการต้องอยู่ในพื้นที่ปิดที่สูงจากพื้นดินเป็นเวลานาน ผู้ป่วยมักกังวลว่าเครื่องบินจะตก หรือไม่สามารถออกจากสถานการณ์ได้ ความกลัวนี้อาจเชื่อมโยงกับ ความกลัวความสูง หรือ ความกลัวที่แคบ มาก่อน ทำให้เกิดอาการก่อนขึ้นเครื่อง เช่น นอนไม่หลับ ใจสั่น หายใจไม่อิ่ม และปฏิเสธการเดินทางทางอากาศ
  • กลัวความสูง (Acrophobia) ผู้ป่วยจะรู้สึกหวาดกลัวเมื่ออยู่ในที่สูง เช่น ตึกสูง สะพาน ลานจอดรถชั้นบน หรือแม้แต่การมองลงมาจากมุมสูง อาจมีอาการหน้ามืด ใจสั่น มือขาสั่น หรือหวาดผวาจนทำอะไรไม่ถูก บางรายอาจเกิดอาการช็อกจากความกลัวอย่างรุนแรง ความรู้สึกไม่มั่นคงหรือกลัวจะตกเป็นลักษณะเด่นของอาการนี้
  • กลัวเชื้อโรค (Mysophobia) ผู้ที่มี Mysophobia จะมีความกังวลมากเกี่ยวกับเชื้อโรค สิ่งสกปรก หรือการปนเปื้อน ทำให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสสิ่งของสาธารณะ เช่น ลูกบิดประตู ปุ่มกดลิฟต์ หรือธนบัตร รวมถึงมีพฤติกรรมล้างมือหรือทำความสะอาดบ่อยเกินจำเป็น 
  • กลัวเข็ม (Needle Phobia) เป็นความกลัวรุนแรงเมื่อเห็นเข็ม โดยเฉพาะเข็มฉีดยา ผู้ป่วยอาจมีอาการใจสั่น หน้ามืด ความดันโลหิตตก หรือเป็นลมได้ง่าย ความกลัวอาจทำให้หลีกเลี่ยงการฉีดวัคซีน การเจาะเลือด หรือการรักษาที่จำเป็น ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว

สัญญาณและอาการที่พบบ่อย

ผู้ที่มี Phobia อาจมีอาการทั้งทางกายและใจ เช่น

  • แน่นหน้าอก
  • ใจสั่น
  • หายใจเร็ว หรือหายใจติดขัด
  • คลื่นไส้ เวียนศีรษะ
  • เหงื่อออก มือสั่น
  • ความกังวลรุนแรง
    ความคิดว่าต้อง “หนีออกจากสถานการณ์ทันที”

อาการเหล่านี้เกิดขึ้นเมื่อเผชิญสิ่งที่กลัว หรือแม้เพียงคิดถึงสิ่งนั้นก็อาจทำให้เกิดอาการได้

สาเหตุของ Phobia

สาเหตุที่แน่ชัดยังไม่เป็นที่ทราบแน่นอน แต่มีปัจจัยสำคัญที่อาจเกี่ยวข้อง ได้แก่

  1. ปัจจัยทางพันธุกรรมและชีวภาพ มีหลักฐานว่าคนบางกลุ่มมีแนวโน้มเกิดความวิตกกังวลง่ายกว่าปกติจากพันธุกรรมหรือระบบประมวลผลความกลัวในสมอง
  2. ประสบการณ์เชิงลบในวัยเด็ก เหตุการณ์รุนแรง เช่น การสูญเสีย พ่อแม่หย่าร้าง หรือประสบการณ์ถูกทำร้าย อาจนำไปสู่การพัฒนาความกลัว
  3. ประสบการณ์ตรงกับสิ่งที่กลัว เช่น ถูกสุนัขกัดจนกลายเป็นโรคกลัวสุนัขในภายหลัง
  4. ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมและการเรียนรู้ การสังเกตคนรอบข้าง เช่น พ่อแม่หรือญาติที่กลัวบางสิ่ง อาจทำให้เด็กซึมซับความกลัวนั้นได้

แนวทางการรักษา Phobia

  1. การบำบัดทางจิตใจ (Psychotherapy)

การพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตที่มีประสบการณ์รักษาผู้ป่วยโรคกลัวสามารถช่วยบรรเทาอาการได้อย่างมีประสิทธิภาพ การได้แบ่งปันความกลัวกับผู้เชี่ยวชาญเป็นประจำช่วยลดความวิตกกังวลและทำให้ผู้ป่วยเข้าใจอาการของตนเองมากขึ้น การรักษาในกลุ่มนี้มักประกอบด้วย การบำบัดด้วยการเผชิญสิ่งที่กลัว (Exposure Therapy) และ การบำบัดความคิดและพฤติกรรม เป็นต้น

  1. การใช้ยา (Medications)

ในกรณีที่อาการอยู่ในระดับปานกลางถึงรุนแรง การใช้ยาสามารถช่วยบรรเทาอาการตอบสนองทางอารมณ์และร่างกายที่เกิดจากความกลัวได้ เช่น ลดการใจสั่น ความตื่นตระหนก หรือความวิตกกังวลรุนแรง การใช้ยาควรอยู่ภายใต้การดูแลของจิตแพทย์หรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

การช่วยเหลือคนใกล้ชิดที่มีโรคกลัว

ผู้ที่มีอาการ Phobia มักรู้สึกอาย หรือกลัวถูกมองว่าคิดมาก จึงหลีกเลี่ยงการเล่าให้คนอื่นฟัง ดังนั้นการรับฟังและกำลังใจจากคนรอบตัวสามารถช่วยได้มาก

  • รับฟังโดยไม่ตัดสินหลีกเลี่ยงการพูดว่า “แค่นี้เอง ทำไมต้องกลัว” เพราะสำหรับผู้ป่วย ความกลัวนั้น “จริงและรุนแรง” มากกว่าที่คนทั่วไปคิด
  • ไม่กดดันให้เผชิญสิ่งที่กลัว ผู้ป่วยต้องเลือกเองว่าจะพร้อมเผชิญเมื่อไร การบังคับอาจทำให้อาการรุนแรงขึ้น
  • สร้างพื้นที่ปลอดภัยในการพูดคุย ให้เขารู้สึกว่าเข้าใจและพร้อมอยู่เคียงข้าง เมื่อผู้ป่วยรู้สึกปลอดภัย จะเปิดใจพูดถึงปัญหามากขึ้น

การดูแลตนเองด้วยเทคนิคผ่อนคลายและการสนับสนุนจากคนใกล้ชิดเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยลดอาการของ Specific Phobia ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากอาการรุนแรงหรือกระทบต่อชีวิตประจำวัน ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเพื่อเข้ารับการบำบัดอย่างเหมาะสม

อ้างอิง

  • World Health Organization. (2023). Phobias (WHO-EM/MNH/234/E).
  • Psychology Today. (n.d.). Specific phobia.
  • รามา แชนแนล. (26 กันยายน 2566). โรคกลัว (phobia) อาการทางจิตที่ควรระวัง.