ภาวะการปรับตัวผิดปกติ (Adjustment disorder) เป็นภาวะที่เกิดขึ้นเมื่อบุคคลตอบสนองต่อความเครียด เหตุการณ์ หรือการเปลี่ยนแปลงในชีวิตด้วยปฏิกิริยาทางอารมณ์หรือพฤติกรรมที่มากกว่าที่บุคคลทั่วไปมักรู้สึกในสถานการณ์เดียวกัน ทำให้เกิดอาการชั่วคราวที่มีผลต่อความคิด อารมณ์ และพฤติกรรมของคน ๆ นั้น อาการมักเกิดภายในไม่กี่สัปดาห์ถึง 3 เดือนหลังเกิดเหตุและโดยทั่วไปมักหายได้ภายใน 6 เดือน ถ้าเหตุการณ์ได้คลี่คลายหรือได้รับการปรับตัวอย่างเหมาะสม
นิยามของภาวะการปรับตัวผิดปกติ
โรคปรับตัวผิดปกติเป็นการตอบสนองที่มากกว่าปกติต่อปัจจัยความเครียดที่เกิดขึ้นในชีวิต ปัจจัยความเครียดนั้นอาจเป็นเหตุการณ์ “ทางลบ” หรือ “ทางบวก” ก็ได้ เช่น การเกษียณอายุ การแต่งงาน การมีบุตร การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก การหย่าร้าง ปัญหาเรื่องงาน หรือปัญหาทางการเงิน เป็นต้น อาการที่เกิดขึ้นจะส่งผลกระทบต่อความคิด พฤติกรรม และอารมณ์ของคุณอย่างมาก จนทำให้เกิดปัญหาสำคัญในการใช้ชีวิต การทำงาน หรือการเข้าสังคม
อาการของภาวะการปรับตัวผิดปกติ
อาการของโรคปรับตัวผิดปกติจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แต่โดยทั่วไปมักพบอาการเหล่านี้
- ด้านอารมณ์ รู้สึกซึมเศร้า สิ้นหวัง พลังงานต่ำ ร้องไห้ได้ง่าย วิตกกังวล กระวนกระวายใจ หรือหงุดหงิดง่าย
- ด้านพฤติกรรม มีพฤติกรรมหุนหันพลันแล่น หรือทำสิ่งที่เป็นอันตราย หลีกเลี่ยงสังคม หรือแยกตัวจากคนรอบข้าง
- ด้านร่างกาย อาจมีอาการนอนไม่หลับ ปวดตามร่างกาย เช่น ปวดหัว, ปวดท้อง, หรือมีอาการใจสั่นหรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ เป็นต้น
สาเหตุของภาวะการปรับตัวผิดปกติ
ภาวะการปรับตัวผิดปกติเกิดจาก เหตุการณ์ที่ก่อความเครียดในชีวิตซึ่งอาจเป็นทั้งเหตุการณ์เชิงบวกและเชิงลบ จุดสำคัญคือ ผู้ป่วยมีปฏิกิริยาทางอารมณ์หรือพฤติกรรมที่มากกว่าที่บุคคลทั่วไปมักรู้สึกในสถานการณ์เดียวกัน
สาเหตุที่พบบ่อยในผู้ใหญ่ ได้แก่
- ความขัดแย้งในความสัมพันธ์ หรือปัญหาชีวิตคู่
- ความเครียดด้านการเงิน
- ความกดดันในที่ทำงาน ปัญหาการทำงาน หรือการตกงาน
สาเหตุที่พบบ่อยในวัยรุ่น ได้แก่
- ความกดดันด้านการเรียนหรือผลการเรียน
- ปัญหาทางสังคม เช่น เพื่อน ความสัมพันธ์ หรือการถูกรังแก
- ความขัดแย้งภายในครอบครัว หรือปัญหาการหย่าร้างของพ่อแม่
- ความสับสนหรือประเด็นเกี่ยวกับเรื่องเพศภาวะและอัตลักษณ์ทางเพศ
เหตุการณ์กดดันอื่นที่อาจเป็นสาเหตุได้
- การสูญเสียคนที่รัก
- การเปลี่ยนแปลงสำคัญในชีวิต เช่น ย้ายบ้าน แต่งงาน หย่าร้าง เกษียณ
- เหตุการณ์รุนแรงหรือไม่คาดคิด เช่น อุบัติเหตุ ภัยพิบัติ
- ปัญหาสุขภาพเรื้อรังหรือโรคร้ายแรง เช่น มะเร็ง หรือผลกระทบจากการรักษาโรค
ปัจจัยที่ส่งผลต่อ “ความสามารถในการรับมือความเครียด” ของแต่ละคนอาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ฐานะทางเศรษฐกิจและความมั่นคงในชีวิต แรงสนับสนุนจากคนรอบข้าง ทักษะทางสังคมและความสามารถในการสื่อสาร ระดับสติปัญญา พันธุกรรม ประสบการณ์เดิม และความสามารถในการใช้ทักษะรับมือความเครียดที่มีอยู่ก่อนแล้ว เป็นต้น โดยบุคคลที่มีทักษะจัดการความเครียดดี มีเครือข่ายสนับสนุน และทำความเข้าใจกับอารมณ์ของตนเองได้ จะมีแนวโน้มรับมือเหตุการณ์ยากลำบากได้ดีกว่า ในขณะที่ผู้ที่ขาดปัจจัยเหล่านี้อาจเกิดภาวะการปรับตัวผิดปกติได้ง่ายขึ้น
การรักษาภาวะการปรับตัวผิดปกติ
ภาวะการปรับตัวผิดปกติเป็นภาวะที่ สามารถรักษาให้หายได้ และอาการมักจะทุเลาลงเมื่อเข้ารับการรักษาอย่างเหมาะสม โดยหลักแล้วการรักษาหลักจะประกอบไปด้วย
1. จิตบำบัด (Psychotherapy)
เป็นการบำบัดเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยทำความเข้าใจอารมณ์ของตนเอง, มองสถานการณ์ในมุมที่สมดุลขึ้น, พัฒนาทักษะจัดการปัญหา และเรียนรู้วิธีคิดและพฤติกรรมที่เหมาะสม โดยอาจมีการบำบัดที่ใช้บ่อยคือ Cognitive Behavioral Therapy (CBT) รวมถึงการบำบัดรายบุคคล บำบัดครอบครัว (แนะนำสำหรับเด็กและวัยรุ่น) หรือการเข้ากลุ่มสนับสนุน
2. การใช้ยา (Medications)
ผู้เชี่ยวชาญอาจพิจารณาสั่งจ่ายยาเพื่อช่วยบรรเทาอาการเฉพาะด้าน เช่น ยาต้านเศร้า (Antidepressants) หรือยาคลายกังวล (Anti-anxiety) หากผู้ป่วยมีอาการซึมเศร้า วิตกกังวล หรือนอนไม่หลับอย่างรุนแรง
อ้างอิง
- Psychology Today. Adjustment Disorder.
- MedlinePlus. (2024). Adjustment disorder.